ไร้สกอร์คู่แรก! ฝรั่งเศสเข้าที่1 จัดสำรองอื้อ ยื้อแชร์แต้มเดนมาร์ก

By | June 29, 2018

ไร้สกอร์คู่แรก! ฝรั่งเศสเข้าที่1 จัดสำรองอื้อ ยื้อแชร์แต้มเดนมาร์ก ไร้สกอร์คู่แรก! ฝรั่งเศสเข้าที่1 จัดสำรองอื้อ ยื้อแชร์แต้มเดนมาร์ก ฝรั่งเศสที่มีการเปลี่ยนแปลงผู้เล่นหลายตำแหน่งในเกมนี้ทำได้เพียงเสมอเดนมาร์ก 0-0 แต่ดีพอที่จะจบด้วยการเป็นแชมป์กลุ่ม ส่วนเดนมาร์กเข้ารอบด้วยการเป็นรองแชมป์กลุ่มซี นอกจากนี้ยังเป็นเกมแรกที่จบลงด้วยสกอร์ 0-0 ในฟุตบอลโลกครั้งนี้

ฟุตบอลโลก รอบสุดท้าย 2018 
รอบแบ่งกลุ่ม กลุ่ม ซี นัดสุดท้าย
วันอังคารที่ 26 มิถุนายน 2561 
เดนมาร์ก – ฝรั่งเศส 

สนาม : ลุชนีกี้ สเตเดี้ยม (มอสโก, รัสเซีย) 

    ทีมชาติเดนมาร์ก รองจ่าฝูงกลุ่มซี ปะทะ ฝรั่งเศส จ่าฝูงของกลุ่ม ในฟุตบอลโลก 2018 รอบแบ่งกลุ่ม นัดที่ 3 หรือเกมสุดท้ายของรอบนี้ โดยฟาดแข้งที่ ลุซนีกี้ สเตเดี้ยม กรุงมอสโก ประเทศ รัสเซีย ซึ่งทีมโคนม มีลุ้นเข้ารอบน็อคเอ๊าต์ ส่วน ตราไก่ ผ่านเข้าไปเล่นรอบ 16 ทีมสุดท้ายเรียบร้อยแล้ว

    อาเก้ ฮาเรเด้ กุนซือชาวนอร์เวย์ของทีมชาติเดนมาร์กวัย 64 ปี ไม่มี ยุสซุฟ โพลเซ่น ปีกขวาติดโทษแบน หลังจากสะสมใบเหลืองครบ 2 ใบ ตามโควตา โดยเป็น มาร์ติน เบรธเวต กองหน้าและปีกจากมิดเดิ้้ลสโบรช์ ได้ลงเล่นแทน ขณะที่ คริสเตียน เอริคเซ่น จอมทัพจากท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์ เป็นตัวหลักแดนกลาาง

    ดิดิเย่ร์ เดส์ชองส์ เซเล็กซิยอนเนอร์ทีมชาติฝรั่งเศสวัย 49 ปี ใช้แผนการเล่น 4-2-3-1 เหมือนนัดชนะ เปรู 1-0 แต่เปลี่ยนตัวผู้เล่นถึง 6 คน สตีฟ ม็องด็องด้า, ฌิบริล ซิดิเบ้, เพรสแนล คิมเปมเบ้, สตีเว่น เอ็นซองซี่, อุสมาน เด็มเบเล่, โตมาส์ เลอมาร์ ได้ลงตัวจริง 

    เกมครึ่งแรก นาทีที่ 7 คริสเตียน เอริคเซ่น เปิดลูกเตะมุมทางฝั่งขวา มาเข้าหัว ซิม่อน เคียร์ เซนเตอร์แบ็ก กัปตันทีมโหม่งเผาขนข้ามคาน

    นาที 15 โอกาสเป็นของฝรั่งเศส สตีเว่น เอ็นซองซี่ เลี้ยงบอลมาทางปีกซ้ายจ่ายให้ ลูกัส แอร์กน็องเดซ ทำชิ่งไปที่ โอลิวิเย่ร์ ชิรูด์ ซัดเท้าซ้ายในกรอบเขตโทษฝั่งซ้ายติด คาสเปอร์ ชไมเคิ่ล นายทวารเดนมาร์กปัดบอลออกเส้นหลังไปได้

    ตราไก่ยังเล่นเกมรับได้เหนียวแน่น ทำให้ เดนมาร์ก ยังทำอะไรไม่ถนัด ผ่านไป 30 นาที ทั้งสองทีมยังเสมอกัน 0-0

    ฝรั่งเศส เป็นฝ่ายครองบอลมากกว่า อุสมาน เด็มเบเล่ ผ่านบอลไปที่ อองตวน กรีซมันน์ ยิงเท้าซ้ายจากนอกกรอบเขตโทษฝั่งขวา ชไมเคิ่ล เซฟอยู่หมัด นาที 39 

    จบครึ่งแรก ทั้งสองทีมเสมอกัน 0-0

    ครึ่งหลัง ทีมโคนม มีลุ้นเมื่อ ราฟาแอล วาราน ทำฟาวล์ อันเดรียส คอร์เนลิอุส ทำให้ เดนมาร์ก ได้ลูกฟรีคิก เอริคเซ่น สังหารฟรีคิกเท้าขวาระยะไกล 35 หลา ทว่า สตีฟ ม็องด็องด้า นายทวารฝรั่งเศส เซฟไว้ได้ในนาที 54 

    เกมนี้ โลธ่าร์ มัทเธอุส ดาวเตะตำนานของทีมชาติเยอรมัน และ ปีเตอร์ ชไมเคิ่ล พ่อของ คาสเปอร์ ชไมเคิ่ล นายทวารเดนมาร์ก เข้ามาดูเกมในสนาม

    ดิดิเย่ร์ เดส์ชองส์ เทรนเนอร์ฝรั่งเศสเปลี่ยนเอา อองตวน กรีซมันน์ ออกจากสนามนาที 68 และส่ง นาบิล เฟคีร์ มิดฟิลด์ตัวรุกจากโอลิมปิก ลียง ลงเล่นแทน โดยสองนาทีต่อมา โตมาส์ เลอมาร์ เปิดให้ เฟคีร์ ยิงไกลทางฝั่งซ้าย ไม่เข้ากรอบ 

    นาที 82 ตราไก่มีลุ้นจากลูกยิงเท้าซ้ายของ เฟคีร์ บอลกระดอนลงพื้น และ ชไมเคิ่ล เซฟไว้ได้

    จบเกม เดนมาร์ก เสมอ ฝรั่งเศส 0-0 โดย เดนมาร์ก ได้ตำแหน่งรองแชมป์กลุ่มซี ผ่านเข้าไปเล่นบอลโลก รอบ 16 ทีมสุดท้าย เช่นเดียวกับ ฝรั่งเศส ทีมแชมป์ของกลุ่ม 

รายชื่อผู้เล่นของทั้งสองทีม

    เดนมาร์ก : คาสเปอร์ ชไมเคิ่ล – เฮนริค ดัลส์การ์ด, ซิม่อน เคียร์ (กัปตันทีม), อันเดรียส คริสเตนเซ่น, เยนส์ สตริเกอร์ ลาร์เซ่น – โธมัส เดลานี่ย์, มาธีอัส ยอร์เกนเซ่น, คริสเตียน เอริคเซ่น – ปิโอเน่ ซิสโต้ (วิคตอร์ ฟิชเชอร์ น.60), อันเดรียส คอร์เนลิอุส (แคสเปอร์ ดอลเบิร์ก น.75), มาร์ติน เบรธเวต

    ฝรั่งเศส : สตีฟ ม็องด็องด้า – ฌิบริล ซิดิเบ้, ราฟาแอล วาราน (กัปตันทีม), เพรสแนล คิมเปมเบ้, ลูกัส แอร์กน็องเดซ (เบนฌาแม็ง เมนดี้ น.50) – เอ็นโกโล่ ก็องเต้, สตีเว่น เอ็นซองซี่ – อุสมาน เด็มเบเล่ (คีเลียน เอ็มบัปเป้ น.78), อองตวน กรีซมันน์ (นาบิล เฟคีร์ น.68), โตมาส์ เลอมาร์ – โอลิวิเย่ร์ ชิรูด์ 

    ผู้ตัดสิน : ซานโดร ริชชี่ (บราซิล)
    

Comments

comments